ข้อแนะนำในการเขียน Statement of Purpose (SOP)

อธิบาย วิธีการเขียน Statement of Purpose (SOP) อย่างละเอียด

ปัจจัยที่สำคัญลำดับต้นๆ ไม่แพ้ผลการเรียน และผลการสอบวัดระดับต่างๆ ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยทั้งในระดับปริญญาตรี โท หรือเอก ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยในประเทศไทยและต่างประเทศ สิ่งหนึ่งก็คือ Statement of Purpose หรือเรียกสั้นๆ ว่า SOP โดยเฉพาะ การเรียนปริญญาตรี ปริญญาโทที่อังกฤษ และการเรียนปริญญาตรี ปริญญาโทที่อเมริกา ค่อนข้างให้ความสำคัญกับส่วนนี้ค่อนข้างมาก

Statement of Purpose – SOP คือการเขียนบทความที่มีวัตถุประสงค์ในการบอกเล่าเรื่องราว ประวัติความเป็นมา ประสบการณ์การเรียน การทำกิจกรรม ประสบการณ์การทำงาน รวมถึงสิ่งที่ประสบความสำเร็จในอดีต ตลอดจนคุณสมบัติต่างๆ ที่เรามีโดดเด่นกว่าผู้สมัครคนอื่นๆ ที่จะทำให้มหาวิทยาลัยสนใจที่จะรับเราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร นอกจากนั้น วัตถุประสงค์อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญของการเขียน SOP ก็คือการให้ข้อมูลเกี่ยวกับเป้าหมายของผู้สมัครทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ตลอดจนการอธิบายว่าทำไมการเรียนในหลักสูตรต่างๆ เหล่านี้จะทำให้เราประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ได้

สำหรับเนื้อหาในส่วนนี้จะเป็นการอธิบายขั้นตอนและ Guideline สำหรับการเขียน SOP โดยน้องๆ เพียงแค่ทำความเข้าใจในโครงสร้าง เขียนตามประเด็นที่ได้นำเสนอเป็นตัวอย่าง ก็สามารถที่จะเขียน SOP ที่ดีออกมาได้ไม่ยากเลย

 

 

การเขียน SOP โดยทั่วไปควรแบ่ง Paragraph ออกเป็น 5 – 6 Paragraph โดยแบ่งเป็นส่วนๆ ดังนี้

Paragraph 1 – Who are you? / Unique Background / Short Term Goals

การเขียน SOP ที่ดีควรเริ่มต้นด้วย Motto ประจำตัว และประโยคที่สวยงามที่เราใช้ในการดำรงชีวิต เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ทั้งนี้ควรเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราจะเขียนต่อไปทั้งใน Paragraph นี้หรือ Paragraph อื่นๆ

นอกจากนั้นใน Paragraph ที่ 1 ควรมีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจเช่น เราเกิดในครอบครัวนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ หรือต้องต่อสู้ดิ้นรน เพื่อทำให้เรื่องราวน่าสนใจเป็นต้น

หลังจากนั้น ควรมีการเกริ่นถึงเป้าหมายระยะสั้นที่เรามี เพื่อที่จะทำให้การเรียนของเรานั้นประสบความสำเร็จได้

 

Paragraph 2 – What and Why do you want to study?

สำหรับในส่วนที่ 2 นี้ จะเป็นส่วนที่ต่อเนื่องจากการที่เราได้ระบุ Short Term Goals ของเราไปแล้ว และควรอธิบายเพิ่มเติมว่าการที่เราจะประสบความสำเร็จในเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้นั้น หลักสูตรที่เราจะเข้าไปเรียนนั้นจะมีส่วนช่วยให้เราประสบความสำเร็จได้อย่างไร เพราะอะไรเราถึงอยากเรียนหลักสูตรนี้ ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ดังนั้นการที่เราจะเขียน SOP เพื่อเรียนต่ออเมริกา เรียนต่ออังกฤษ เราควรใส่ข้อมูลที่เราได้ทำการศึกษา ทำความเข้าใจในหลักสูตรและมหาวิทยาลัยมาให้ผู้อ่านรับรู้ว่าเราได้ทำการค้นหาข้อมูลมาเป็นอย่างดี

Paragraph 3 – 4 – Why are you the right candidate for this program / university?

ในส่วนที่ 3 – 4 นี้เป็นการเขียนอธิบายเพื่อบอกให้ผู้อ่านรู้สึกได้ว่าเราเหมาะสมกับการเรียนในหลักสูตรและมหาวิทยาลัยแห่งนี้ โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ

  1. กิจกรรม ประสบการณ์การทำงานที่ประสบความสำเร็จและสามารถวัดได้เป็นรูปธรรม ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนในหลักสูตรนั้นๆ เช่น อยากเรียนด้านการเงินการธนาคาร เพราะเคยเล่นหุ้นและประสบความสำเร็จ และอยากที่จะเรียนรู้ต่อยอดให้มากขึ้น โดยทำกำไรได้ถึง 10 ล้านบาทต่อปี หรือ เคยเข้าร่วมโครงการแข่งขันการประดิษฐ์จรวด ได้รับรางวัลที่ 1 ของการแข่งขันระดับประเทศ สำหรับการสมัครในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ เป็นต้น
  2. คุณลักษณะ/ คุณสมบัติ ที่เกี่ยวข้องกับการเรียน เช่น หากต้องการเรียนด้านวิศวะ คุณสมบัติที่สำคัญคือเรื่องของการ คิด วิเคราะห์ และการเป็นผู้มีความชอบทางด้านการคำนวณ ดังที่เห็นได้จากเกรดตอนมัธยมที่ได้เกรด 3 – 4 มาโดยตลอด เป็นต้น
  3. นอกจากเรื่องคุณสมบัติแล้ว เราควรหาเหตุผลสนับสนุนเพื่ออธิบายว่าถ้ามหาวิทยาลัยรับเราเข้าไป เราจะสามารถสร้าง Contribution ให้กับมหาวิทยาลัยหรือหลักสูตรได้อย่างไรบ้าง (อย่าพูดว่าเราจะได้อะไรบ้างจากการไปเรียน แต่ต้องมีเหตุผลสนับสนุนว่าแล้วเราจะทำอะไร หรือมีประโยชน์อะไรในการเป็นส่วนหนึ่งของห้องเรียน จากประสบการณ์ ความรู้ และความแตกต่างของเรา)

 

Paragraph 5 – Summary – Long Term Goal

สำหรับ Paragraph สุดท้ายจะเป็นการเขียนสรุปว่าเราต้องการอะไร แล้วเรามั่นใจว่าเราจะสร้างประโยชน์ให้กับคลาสเรียน รวมถึงคลาสเรียนก็จะได้ประโยชน์จากเราเช่นกัน รวมถึงในอนาคตเชื่อมั่นว่าเราจะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ที่เราตั้งเอาไว้สูงสุดได้ โดยเริ่มต้นจากการเรียนหลักสูตรนี้ ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้

 

สรุปเคล็ดลับในการเขียน SOP

  1. ความยาวไม่เกิน 1 – 1.5 หน้าของกระดาษ A4
  2. ควรใช้ Time New Roman ไซส์ 12 – 14 และ Line Spacing ประมาณ 1.2 – 1.5
  3. เขียนให้กระชับ มั่นใจ ใช้คำพูดให้ดูมีความน่าสนใจและมีความ Active น่าอ่าน
  4. หาคำศัพท์ที่เป็นคำศัพท์ที่ไม่ได้ใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นภาษาเขียนที่เป็นทางการและดู Professional แทรกเข้าไปใน SOP บ้าง แต่เวลาอ่านต้องไม่สะดุดด้วยคำพูดที่ดูหรูหราจนเกินไป
  5. ลองอ่านตัวอย่าง SOP ของคนอื่นๆ ที่เรียนสาขาเดียวกันหรือมหาวิทยาลัยเดียวกัน เพื่อเป็นแนวทาง ไอเดีย และสามารถยืมคำศัพท์มาใช้ได้ แต่อย่าลอกความคิด เพราะ SOP ควรเป็น Unique Essay ที่บรรยายถึงความเป็นตัวเราเท่านั้น
  6. วางโครงการสร้างการเชื่อมโยงแต่ละประโยคให้ดี
  7. มี Supporting Evidence หรือตัวอย่างทุกครั้งที่มีการพูดคุณสมบัติของตัวเอง ควรจับต้องได้และพิสูจน์ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีตัวเลขเพื่อชี้วัดความสำเร็จจะเป็นสิ่งที่จับต้องได้มากกว่าคำพูด
  8. น้องๆ บางคนอาจจะยังไม่มีเป้าหมายชัดเจน ก็ควรค้นหาตัวเองให้เจอเสียก่อนที่จะไปเรียน แต่หากเจอเป้าหมายแล้วแต่ไม่มั่นใจ ต้องไม่ลืมว่าการเขียน SOP นั้นเป็นการเขียนที่เราไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามในอนาคต ดังนั้น แม้ในชีวิตความเป็นจริง เราอาจจะยังไม่มั่นใจ แต่เวลาเขียนใน SOP เราต้องมีความมั่นใจและเมื่ออ่านแล้วรู้สึกได้ว่าเราอยากเรียน มีความเข้าใจ มีประโยชน์จากการเรียน