ข้อแนะนำในการเขียน Statement of Purpose (SOP)

การเขียน Statement of Purpose (SOP)

ปัจจัยที่สำคัญลำดับต้นๆ ไม่แพ้ผลการเรียน และผลการสอบวัดระดับต่างๆ ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยทั้งในระดับปริญญาตรี โท หรือเอก ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยในประเทศไทยและต่างประเทศ สิ่งหนึ่งก็คือ Statement of Purpose หรือเรียกสั้นๆ ว่า SOP

Statement of Purpose – SOP คือการเขียนบทความที่มีวัตถุประสงค์ในการบอกเล่าเรื่องราว ประวัติความเป็นมา ประสบการณ์การเรียน การทำกิจกรรม ประสบการณ์การทำงาน รวมถึงสิ่งที่ประสบความสำเร็จในอดีต ตลอดจนคุณสมบัติต่างๆ ที่เรามีโดดเด่นกว่าผู้สมัครคนอื่นๆ ที่จะทำให้มหาวิทยาลัยสนใจที่จะรับเราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร นอกจากนั้น วัตถุประสงค์อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญของการเขียน SOP ก็คือการให้ข้อมูลเกี่ยวกับเป้าหมายของผู้สมัครทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ตลอดจนการอธิบายว่าทำไมการเรียนในหลักสูตรต่างๆ เหล่านี้จะทำให้เราประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ได้

สำหรับเนื้อหาในส่วนนี้จะเป็นการอธิบายขั้นตอนและ Guideline สำหรับการเขียน SOP โดยน้องๆ เพียงแค่ทำความเข้าใจในโครงสร้าง เขียนตามประเด็นที่ได้นำเสนอเป็นตัวอย่าง ก็สามารถที่จะเขียน SOP ที่ดีออกมาได้ไม่ยากเลย

 

 

การเขียน SOP โดยทั่วไปควรแบ่ง Paragraph ออกเป็น 5 – 6 Paragraph โดยแบ่งเป็นส่วนๆ ดังนี้

Paragraph 1 – Who are you? / Unique Background / Short Term Goals

ควรเริ่มต้นด้วย Motto ประจำตัว และประโยคที่สวยงามที่เราใช้ในการดำรงชีวิต เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ทั้งนี้ควรเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราจะเขียนต่อไปทั้งใน Paragraph นี้หรือ Paragraph อื่นๆ

นอกจากนั้นใน Paragraph ที่ 1 ควรมีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจเช่น เราเกิดในครอบครัวนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ หรือต้องต่อสู้ดิ้นรน เพื่อทำให้เรื่องราวน่าสนใจเป็นต้น

หลังจากนั้น ควรมีการเกริ่นถึงเป้าหมายระยะสั้นที่เรามี เพื่อที่จะทำให้การเรียนของเรานั้นประสบความสำเร็จได้

 

Paragraph 2 – What and Why do you want to study?

สำหรับในส่วนที่ 2 นี้ จะเป็นส่วนที่ต่อเนื่องจากการที่เราได้ระบุ Short Term Goals ของเราไปแล้ว และควรอธิบายเพิ่มเติมว่าการที่เราจะประสบความสำเร็จในเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้นั้น หลักสูตรที่เราจะเข้าไปเรียนนั้นจะมีส่วนช่วยให้เราประสบความสำเร็จได้อย่างไร เพราะอะไรเราถึงอยากเรียนหลักสูตรนี้ ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ทั้งนี้ควรใส่ข้อมูลที่เราได้ทำการศึกษา ทำความเข้าใจในหลักสูตรและมหาวิทยาลัยมาให้ผู้อ่านรับรู้ว่าเราได้ทำการค้นหาข้อมูลมาเป็นอย่างดี

Paragraph 3 – 4 – Why are you the right candidate for this program / university?

ในส่วนที่ 3 – 4 นี้เป็นการเขียนอธิบายเพื่อบอกให้ผู้อ่านรู้สึกได้ว่าเราเหมาะสมกับการเรียนในหลักสูตรและมหาวิทยาลัยแห่งนี้ โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ

  1. กิจกรรม ประสบการณ์การทำงานที่ประสบความสำเร็จและสามารถวัดได้เป็นรูปธรรม ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนในหลักสูตรนั้นๆ เช่น อยากเรียนด้านการเงินการธนาคาร เพราะเคยเล่นหุ้นและประสบความสำเร็จ และอยากที่จะเรียนรู้ต่อยอดให้มากขึ้น โดยทำกำไรได้ถึง 10 ล้านบาทต่อปี หรือ เคยเข้าร่วมโครงการแข่งขันการประดิษฐ์จรวด ได้รับรางวัลที่ 1 ของการแข่งขันระดับประเทศ สำหรับการสมัครในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ เป็นต้น
  2. คุณลักษณะ/ คุณสมบัติ ที่เกี่ยวข้องกับการเรียน เช่น หากต้องการเรียนด้านวิศวะ คุณสมบัติที่สำคัญคือเรื่องของการ คิด วิเคราะห์ และการเป็นผู้มีความชอบทางด้านการคำนวณ ดังที่เห็นได้จากเกรดตอนมัธยมที่ได้เกรด 3 – 4 มาโดยตลอด เป็นต้น
  3. นอกจากเรื่องคุณสมบัติแล้ว เราควรหาเหตุผลสนับสนุนเพื่ออธิบายว่าถ้ามหาวิทยาลัยรับเราเข้าไป เราจะสามารถสร้าง Contribution ให้กับมหาวิทยาลัยหรือหลักสูตรได้อย่างไรบ้าง (อย่าพูดว่าเราจะได้อะไรบ้างจากการไปเรียน แต่ต้องมีเหตุผลสนับสนุนว่าแล้วเราจะทำอะไร หรือมีประโยชน์อะไรในการเป็นส่วนหนึ่งของห้องเรียน จากประสบการณ์ ความรู้ และความแตกต่างของเรา)

 

Paragraph 5 – Summary – Long Term Goal

สำหรับ Paragraph สุดท้ายจะเป็นการเขียนสรุปว่าเราต้องการอะไร แล้วเรามั่นใจว่าเราจะสร้างประโยชน์ให้กับคลาสเรียน รวมถึงคลาสเรียนก็จะได้ประโยชน์จากเราเช่นกัน รวมถึงในอนาคตเชื่อมั่นว่าเราจะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ที่เราตั้งเอาไว้สูงสุดได้ โดยเริ่มต้นจากการเรียนหลักสูตรนี้ ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้

 

สรุปเคล็ดลับในการเขียน SOP

  1. ความยาวไม่เกิน 1 – 1.5 หน้าของกระดาษ A4
  2. ควรใช้ Time New Roman ไซส์ 12 – 14 และ Line Spacing ประมาณ 1.2 – 1.5
  3. เขียนให้กระชับ มั่นใจ ใช้คำพูดให้ดูมีความน่าสนใจและมีความ Active น่าอ่าน
  4. หาคำศัพท์ที่เป็นคำศัพท์ที่ไม่ได้ใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นภาษาเขียนที่เป็นทางการและดู Professional แทรกเข้าไปใน SOP บ้าง แต่เวลาอ่านต้องไม่สะดุดด้วยคำพูดที่ดูหรูหราจนเกินไป
  5. ลองอ่านตัวอย่าง SOP ของคนอื่นๆ ที่เรียนสาขาเดียวกันหรือมหาวิทยาลัยเดียวกัน เพื่อเป็นแนวทาง ไอเดีย และสามารถยืมคำศัพท์มาใช้ได้ แต่อย่าลอกความคิด เพราะ SOP ควรเป็น Unique Essay ที่บรรยายถึงความเป็นตัวเราเท่านั้น
  6. วางโครงการสร้างการเชื่อมโยงแต่ละประโยคให้ดี
  7. มี Supporting Evidence หรือตัวอย่างทุกครั้งที่มีการพูดคุณสมบัติของตัวเอง ควรจับต้องได้และพิสูจน์ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีตัวเลขเพื่อชี้วัดความสำเร็จจะเป็นสิ่งที่จับต้องได้มากกว่าคำพูด
  8. น้องๆ บางคนอาจจะยังไม่มีเป้าหมายชัดเจน ก็ควรค้นหาตัวเองให้เจอเสียก่อนที่จะไปเรียน แต่หากเจอเป้าหมายแล้วแต่ไม่มั่นใจ ต้องไม่ลืมว่าการเขียน SOP นั้นเป็นการเขียนที่เราไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามในอนาคต ดังนั้น แม้ในชีวิตความเป็นจริง เราอาจจะยังไม่มั่นใจ แต่เวลาเขียนใน SOP เราต้องมีความมั่นใจและเมื่ออ่านแล้วรู้สึกได้ว่าเราอยากเรียน มีความเข้าใจ มีประโยชน์จากการเรียน